ช่วงนี้ก็ขอเอานิยามคำว่าเพื่อน จาก Feel goood magazine วารสารรายเดือนของ DTAC ซึ่งออกแบบได้สดใส น่าอ่านมากเลยทีเดียว เอามาฝากให้ได้ลองอ่านกันดูนะครับ
มิถุนายน 20, 2008
มิถุนายน 13, 2008
ศุกร์ 13 :: ถึงกับเลือดตกยางออกเลย T-T
กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ผ่านวันยุ่งๆมาตลอดสัปดาห์ วันนี้ก็มีเรื่องหนุกๆมาเล่าให้ฟังกันเล่นๆครับผม
ผมรู้สึกแปลกๆกับวันพรุ่งนี้อย่างบอกไม่ถูก หลังจากที่เืมื่อวานเปิดปฏิทินดู ก็พบว่าพรุ่งนี้วันที่ 13 เอ๊ะ วันศุกร์ด้วยนี่นา เนื่องจากพึ่งอ่านเรื่องศุกร์ 13 นี้มาเหมือนกัน จากวารสาร I get english อ่าว ว่าแล้วทำไมเค้าถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมา ใครอยากรู้ว่าที่มาเรื่องนี้เป็นอย่างไรก็ขอให้ติดตามอ่านได้จาก I get english นะครับ แล้วคุณจะสนุกกับภาษาอังกฤษมากขึ้น ผมชอบอ่านมากเลย เข้าเรื่องต่อ วันนี้ก็เลยมีเรื่องเกิดหลายเรื่องเลย
วันนี้ตอนเช้าก็ตื่นสาย(กว่าปกติ) 7.10 น.แล้วกว่าที่จะลุกจากเตียง แถมตอนจะไปยังปวดท้องอีก เสียเวลาเข้าห้องน้ำ ออกมา อ่าว เวร ฝนตกซะอีกแน่ะ ซวยจริงๆ แต่ก็เบาลง สุดท้ายก็คว้ามีโอมือสองของเราฝ่าสายฝนไป
ไปถึงโรงเรียน ปกติในวันที่ฝนตกยามจะไม่จับสาย แต่วันนี้ฝ่ายปกครองเกิดฟิตขึ้นมา ดักจับใหญ่เลย โดนบันทึกลายนิ้วมือ หมดโควต้าโดดไปอกี 1 ครั้ง -*- เปิดเทอมมา ล่อไปสองแล้ว วันอื่นมาทันไม่เคยมีมาดักจับแบบนี้เลย อดเรียนติวเอนท์ตอนคาบศูนย์ด้วย
แต่โชคดียังเป็นของเรา เมื่อวันนี้ฟิสิกส์สองคาบแรก อ.ไม่มา ก็มีเวลาเคลียร์งานสังคมที่ต้องส่งคาบสามที่ทำไม่เสร็จเนื่องจากสลบไสลไปเมื่อวานจากพิษของบอลยูโรตลอดสัปดาห์
ทำไปได้ไม่ถึงครึ่ง เพื่อนก็มาบอกว่ามีรับบริจาคโลหิตมา แล้วพี่แกก็คะยั้นคะยอคนนู้นคนนี้ไปทั่ว จนสุดท้ายก็มาลงที่ผม – - เอาวะ ไหนๆก็อายุครบละ คนก็บริจาคกันมากมาย ไม่บริจาคบ้าง เสียชาติเกิดกันพอดี ก็เลยทำพี่ เก็บความกลัวของครั้งแรกไว้ในใจ เอาความมั่นใจมาบังหน้าแทน ระหว่ัางที่ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ตรวจร่างกาย วัดความดัน แล้วมาเสียวเล็กๆ กับเจาะเลือด ก็นึกไว้ในใจตลอดว่า คนอื่นเค้าก็ทำกันเยอะแยะ จะกลัวอะไร
ตอนที่เข้าไปบริจาคเลือดก็โบกมือเย้วๆให้พวกให้กำลังใจตลอด แล้วจึ๊ก แปลบแรกผ่านปลายประสาทสู่ประสาทส่วนกลางอย่างรวดเร็วแล้วอาการชาก็เข้ามาครอบงำแทน เวลาผ่านไปไม่นาน เลือดของผมก็หลั่งรินออกมาเต็มถุง พร้อมโบกมือให้พวกป๊อด (ด้วยความโล่งใจ)
แล้วหลังจากนั้นผมก็ได้ทำการล้อพวกป๊อดต่อ บวกกับการกระตุ้นให้มันมีครั้งแรกเหมือนผมบ้าง สุดท้ายก็ได้มาอีก 2 ถุง ซึ่งดันไปบริจาคตอนเที่ยงกว่าจะได้บริจาค คนอื่นก็เรียนเลขกันอยู่ สอบงคนนี้เดินเข้ามาราวกับทหารที่รอดชีวิตจากสงครามมา (ทำไมทีตรู แล้วเพื่อนเฉยๆฟะ) เมื่อเดินมาที่โต๊ะ ไอคนเดินนำเลื่อนกระเป๋าออก แล้วคนที่เดินตามมาก็มัวแต่เขินสาวกรี๊ดอยู่ สะดุดกระเป๋าร่วงไปกองกับพื้นเลย 55+
การที่เราได้ทำอะไรให้คนอื่นซักอย่าง ทำให้เรารู้สึกดีจริงๆนะครับ อย่างวันนี้ที่ผมต้องไปทวงตังจากเพื่อนที่ยืมไป มันก็รู้สึกเกรงใจเพื่อนเหมือนกัน ไม่อยากจะทวงคืนเท่าไหร่ แต่มันก็ 150 อยุ่นะ ^^” แถมเป๋ากะตังค์ผมก็หวางเว้งอยู่ด้วย
สำหรับคนที่จะทำอะไรแต่ยังไม่กล้าที่จะทำ(ในเรื่องที่ดี) ให้นึกไว้ว่า คนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ล่ะ แล้วคุณจะทำได้แน่นอนครับ
มิถุนายน 8, 2008
FW: ทุกคนอ่านกันหน่อยนะครับ เพื่อชาติไทยของเรา
วันนี้แปลข่าวไม่จบ ติดศัพท์หลายตัว ก็เลยเอา FW mail มาลงเล่นๆก่อน อ่านเรื่อยๆไม่ต้องคิดมากนะครับ
——————————————————————————
ปี 2553 จุดจบประเทศไทย……ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ …..ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา …..ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน
สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค
ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง
เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น
แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์
และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา
ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ
คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 – 6 ประเทศ แน่นอน !
ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553
ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์
สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล
ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ
ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง
เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย
จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน
คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน
เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้
เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน
เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า
เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs
และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้
วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้
เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว
ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร
ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์
คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้
ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้
การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ
ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว
เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้
เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,
Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ
ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด…
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ …รัฐจะอยู่ได้ฤา ?
4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย
เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553
คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย
การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น
จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย
ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน
จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา
เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ
เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก
นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia
ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่
เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?
ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ
ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์
บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน
รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ก่อนล่มจริง… เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ
ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย
แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า
เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร
เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท
เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน
นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง
ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น
เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์
สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่
เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ
ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท
ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว
ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศ
คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์
เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง
เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด
ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟัง
หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ
ได้ผล… ลูกเปลี่ยนวิธีกิน… วิธีคิดไปเลย … เปลี่ยนไปได้มาก
พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง
ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ
แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย
ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ) ให้ลูกฟัง
ผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ
ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน
ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ
เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปี
ผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว
มิถุนายน 7, 2008
มิถุนายน 6, 2008
1011 & Faye Fang Kaew Live in YorWor :: ROTC
งานที่คุ้นเคยสำหรับคณะกรรมการกองพันนักศึกษาวิชาทหาร (ROTC) ก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อเฟร์ ฟาง แก้ว และ ten eleven มาจัดกิจกรรม We love campus #10 อีักครั้ง ซึ่งปีที่แล้ว ก็มี nice to meet you กับ alize มาตอนเทอม 1 และเทอม 2 ก็มี ko-tic กับใครก็จำไม่ได้แล้วมาด้วย
โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของคลื่น FM92.5 We love hatyai และโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย
ซึ่งงานหลักของเราก็ยังคงเหมือนเดิมก็คือ การกันคนไม่ให้เข้าชิดเวที และคุ้มกันบรรดานักร้องจากบรรดานักเรียนที่พยายามทุกอย่างที่จะใกลชิดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
งานนี้ไม่หนักเท่าครั้งก่อน เพราะพวกนี้ไม่หล่อเท่า 555+ งานเลยเบาลงบ้าง
แต่ระหว่างการแสดงก็มีเด็กที่อยู่ด้านหน้าเป็นลมกันเป็นสิบเลยทีเดียว ทั้งจริงและสำออยเข้าหาพี่ ROTC หล่อๆ ผมยืนกันเด็กอยู่ข้างเวที ก็นับเด็กที่เพื่อนอุ้มออกมาได้สิบกว่าคนเลย
หลังจากคอนเสิร์ตจบ พวกเรา ROTC ก็ได้รับเชิญขึ้นไปถ่ายรูปร่วมกับนักร้องที่มา ซึ่งพิเศษจากครั้งก่อนๆ
และเมื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วย(จริงๆ) ไปยังห้องพยาบาลก็มีการเรียกรถพยาบาลมารับ เพราะอาการเด็กยังไม่ดีขึ้น
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็อยากจะฝากขอให้เพื่อนๆ ที่จะไปดูคอนเสิร์ต ระวังตัวเองบ้าง อย่าห่วงที่จะดูนักร้องมากเกินไป เพราะจริงๆแล้ว สิ่งที่เราควรจะได้การนักร้อง ควรจะเป็นดนตรี บทเพลง ความสนุกสนาน มากกว่ารูปถ่าย หรือสัมผัมมือ ไม่ใช่หรอ!?
ปล. สำหรับภาพถ่ายจะเอามาลงเพิ่มเติมวันหลังนะครับ
ONE TO WATCH#3: MIKEL SAN JOSE
Jimmy Rice 04 June 2008

We’ve asked five men in the know for a player to watch for 2008-09, with their selections featuring on .tv all this week. Today, LFC TV reserves pundit David Fairclough explains why Mikel San Jose has all the makings of a top-class defender.
เราได้เสาะหานักเตะ 5 คนที่เป็นนักเตะที่น่าจับตามอง ในฤดูกาล 2007-2008 โดยคัดเลือกพวกเขามาเสนอผ่าน liverpoolfc.tv ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ วันนี้ เดวิด แฟร์โคลจะมาอธิบายว่าทำไมมิเกล ซาน โฆเซ่ จะต้องเป็นกองหลังระดับเทพ
Player profile: Liverpool signed versatile defender Mikel San Jose Dominguez from Athletic Bilbao in August 2007.
ประวัตินักเตะ :: ลิเวอร์พูลเซ็นสัญญา มิเกล ซาน โฆเซ่ โดมิเกซ กองหลังสารพัดประโยชน์จากแอตเลนติก บิลเบา ในเืดือนสิงหาคม 2007
The youngster, who penned a three-year deal at Anfield, helped lead Spain to UEFA Under-19 Championship glory in July 2007.
นักเตะเยาวชน ผู้เซ็นสัญญาสามปีที่แอนฟิลด์รายนี้ ช่วยนำสเปนคว้าแชมป์ยูโรรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในเดือนกรกฎาคม ปี 2007
On arriving in Merseyside, San Jose said: “It was a surprise for me but I have decided to accept the chance at Liverpool. I am very excited but now I know that I have to work more each day to get in the first team.”
เมื่อมาถึงที่เมอร์ซี่ไซด์ ซาน โฆเซ่ กล่าวว่า มันเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับผม แต่ผมตัดสินใจยอมรับโอกาสที่ลิเวอร์พูล ผมตื่นเต้นมากๆ แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าผมต้องขยันมากขึ้นในแต่ละวัน เมื่อที่จะให้อยู่ในทีมตัวจริง
The centre-back, who can also play in midfield, trains at Melwood with the reserves.
กองหลังตัวกลางซึ่งสามารถที่จะเล่นกองกลางได้ ร่วมฝึกซ้อมกับทีมสำรองที่เมลวู้ด
He helped Gary Ablett’s second string concede just eight goals in 18 games en route to winning the national title last season.
เขาช่วยให้ทีมสำรองของแกรี่ แอ็บเล็ตต์ เสียเพียงแค่ 8 ประตูใน 18 นัด และคว้าแชมป์ในฤดูกาลล่าสุด
In February, Rafa Benitez handed San Jose a place on the bench during a league visit to Stamford Bridge.
ในเดือนกุมภาพันธ์ ราฟา เบนิเตซส่งซาน โฆเซ่ เป็นตัวสำรองในเกมลีคที่ไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์

David Fairclough says: “He looked strong in his first appearance for the reserves against Middlesbrough and he’s really developed throughout the season. He was brilliant in the national final against Aston Villa, only narrowly missing out on man-of-the-match.
เดวิด แฟร์โคล กล่าวว่า เขาดูแข็งแกร่งในการลงเล่นนัดแรกของเขาให้ทีมสำรองพบกับมิดเดิลสโบร และเขาพัฒนาขึ้นตลอดฤดูกาล เขาทำได้เยี่ยมมากในเกมนัดชิงที่พบกับแอสตัน วิลล่า และพลาดตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตย์ไปนิดเดียวเท่านั้น
“San Jose is confident and very aware positionally. I look at him and see shades of Gary Gillespie – he has that elegance.
ซาน โฆเซ่มีคามมั่นใจและวางตัวได้ดีมาก ผมมองที่เขา และเห็นบังแกรี่ กิลเลสพี – เขามีมารยาทด้วย (แปลกๆแฮะ)
“He’s adapted quickly to English football and maybe he’ll get a go in pre-season. It is hard to see him featuring in the Premier League next season but he’s definitely one to look out for in the years ahead.”
เขาปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว และจะต้องมีเขาในช่วงเตรียมทีมก่อนเปิดฤดูกาล มันยากที่จะได้เห็นเขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า แต่เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ต้องจับตามองในปีถัดไปอย่างแน่นอน
Credit :: liverpoolfc.tv
ศัพท์เฉพาะนะครับ
concede = การเสียประตู
a place on the bench = ที่บนม้านั่ง หรือ ตัวสำรอง นั่นเองครับ เพราะนักเตะตัวสำรองจะต้องนั่งอยที่ม้้านั่งข้างสนาม
มิถุนายน 5, 2008
ONE TO WATCH#2: STEVEN IRWIN
| Jimmy Rice | |
|
We’ve asked five men in the know for a player to watch for 2008-09, with their selections featuring on Liverpoolfc.tv all this week. Today, LFC Magazine’s under-18s reporter John Hynes tips midfielder Steven Irwin for great things. |
|
Player profile: Steven Irwin is a player with a bit of everything – nice touch, a fierce tackle and great leadership qualities. The versatile midfielder cum defender has made great strides since featuring as a substitute against Manchester United in the 2006 Youth Cup final. Still only 17, he’s become a star of Hughie McAuley’s under-18s and now skippers the side. Last season also saw Irwin feature for the second string. Academy manager John Owens said: “Steven is very versatile. His all-round ability means he can play in just about any position – and he has done. Central midfield is probably his best position, but his reading of the game allows him to adapt.”
John Hynes says: “Irwin really does have a bit of everything, and that shows in the fact he can play in midfield or at the back. “His touch is great and he can read the game better than most of his peers. From the occasions I’ve seen him play it’s clear he’s a true leader. He also has a really strong tackle. “As well as all this, he knows where the goal is. He scored a winner in last season’s Youth Cup and got another against City. He can clearly score important goals. “He played a couple of games for the reserves last season, so he’s clearly rated at Melwood. He’s definitely one to watch for the future.” |
|
credit :: liverpoolfc.tv
เราได้เสาะหานักเตะ 5 คนที่เป็นนักเตะที่น่าจับตามอง ในฤดูกาล 2007-2008 โดยคัดเลือกพวกเขามาเสนอผ่าน liverpoolfc.tv ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ วันนี้ จอห์น ไฮเนส ผู้สื่อข่าวของนิตรสารลิเวอร์พูล รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จะมากล่าวถึงสตีเว่น เออร์วิน นักเตะกองกลางสำหรับสิ่งดีๆ
ประวัตินักเตะ :: สตีเว่น เออร์วินเป็นนักเตะที่มีทุกรายละเอียด การจับบอลที่นิ่มนวล การเข้าบอลที่เด็ดขาดและศักยภาพความเป็นผู็้นำที่ยอดเี่ยม
กองกลางกึ่งกองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้มีความก้าวหน้าที่ดีมาก ตั้งแตได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปีั 2006 ในนัดชิวถ้วยยูธคัพ
ด้วยวัยเพียง 17 ปี เขาก้าวเป็นดาวเด่นของทีมฮักกี้ แมคออเลย์ รุ่นไม่เกิน 18 ปี และเป็นกัปตันทีมในตอนนั้นอีกด้วย
ฤดูกาลล่าสุดยังคงเห็นเออร์วินเล่นได้อย่างโดดเด่นในฐานะตัวสำรองของทีม
จอห์น โอเวน ผู้จัดการทีมอะคาเดมี่กล่าวว่า “สตีเว่นมีความสามารถหลากหลายมาก ความสามารถรอบตัวของเขาทำให้เขาสามารถที่จะเล่นได้หลายตำแหน่ง ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางน่าจะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด แต่การอ่านเกมของเขาทำให้เขาปรับตัวเองได้
จอห์น ไฮเนสบอกว่า “เออร์วินมีทุกๆสิ่งจริงๆและนั่นแสดงว่าเขาสามารถเล่นในแผงกลางหรือหลังก็ได้”
“การจับบอลของเขาดีมากและเขาสามารถอ่านเกมได้ดีที่สุดในรุ่นเดียวกัน จากโอกาสที่ได้ดูเขาเล่น มันให้แน่ใจว่าเขาเป็นผู้นำตัวจริง เขายังมีการเข้าบอลที่รุนแรงอีกด้วย”
“พร้อมกับทุกสิ่งนี้ เขารู้ว่าประตูอยู่ที่ไหน เขาทำประตูได้สูงสุดในฤดูกาลล่าสุดของถ้วยยูธคัพ และได้หลายลูกจากการพบกับซิตี้ เขาสามารถทำประตูสำคัญได้เสมอ”
“เขาได้เล่นหลายเกมในทีมสำรองเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเขามีเล่นได้แจ่มที่เมลวู้ด เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับมองในอนาคตอย่างแน่นอน”
>>> วันนี้ขอละ vocabulary ครับ ง่วงนอนมากมาย ไม่ไหวละ – - แปลไม่ลื่นเลยวันนี้ ติดหลายคำมากเลย ถ้าอ่านแล้วรู้สึกแปลกๆก็ขอโทษด้วยนะครับ ขอบคุณคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านครับ
“ขอบคุณคับ ขอให้เพื่อนๆของเรา นั้นสุขสำราญสดใสเบิกบานเหมือนดอกไม้บานยามเช้า เหมือนดอกไม้บานยามเย็น”
มิถุนายน 4, 2008
ONE TO WATCH #1 : DANIEL PACHECO
| Jimmy Rice 02 June 2008 | |
|
We’ve asked five men in the know for a player to watch for 2008-09, with their selections featuring on Liverpoolfc.tv all this week. Today, Tony Barrett from The Echo explains why forward Daniel Pacheco has a big future. |
|
Player profile: The 17-year-old’s transfer continued a trend of teenagers leaving Barcelona for the Premier League. With youngsters in Spain unable to sign professional contracts until the age of 18, starlets such as Cesc Fabregas, Gerard Pique, Francisco Merida and now Pacheco have all been snapped up by English clubs. The forward is a regular for Liverpool Reserves, scoring on his first start against Bolton and helping them win the league in 2007-08. What he lacks in height, he makes up for in skill, weaving his magic between the lines. Pacheco also represents Spain Under-17s, for whom he bagged a hat-trick against San Marino in October 2007. Tony Barrett says: “He’s small but brave and always looks willing to take possession. When he does get the ball he can move away from defenders with a trick or a drop of the shoulder. “There’s a few in the reserves – the likes of Damien Plessis, Krisztian Nemeth and Emiliano Insua – but Pacheco really captures the imagination. “His first challenge is to become a regular for the reserves. He still needs to develop physically because he’s only slight. “If he was thrown in at the deep end now there is a danger he would be bullied, but he has a great chance in the future. If he features in the Carling Cup next season, I’m positive fans will like what they see.” |
|
Credit : liverpoolfc.tv
เราได้เสาะหานักเตะ 5 คนที่เป็นนักเตะที่น่าจับตามอง ในฤดูกาล 2007-2008 โดยคัดเลือกพวกเขามาเสนอผ่าน liverpoolfc.tv ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ วันนี้ โทนี่ บาร์เร็ต จากเดอะ เอ็กโค่ จะมาอธิบายว่าทำไม ดาเนี่ยล ปาเชโก้ จะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่
ประวัตินักเตะ
ลิเวอร์พูลได้เซ็นสัญญาคว้าตัวนักเตะมหัศจรรย์ชาวสเปน ดาเนียล ปาเชโก้ ในหน้าร้อนที่ผ่านมา
นักเตะวัย 17 ปี ย้ายทีมตามนักเตะดาวรุ่งคนอื่นที่ย้ายออกจากบาร์เซโลนาเพื่อมาเล่นในพรีเมียร์ลีก
ในส่วนของนักเตะเยาวชนในประเทศสเปน จะไม่สามารถเซ็นสัญญาอาชีพได้จนกว่าจะอายุครบ 18 ปี บรรดาดาวรุ่งอย่าง เชส ฟาเบรกัส เจราร์ล ปิเก้ ฟรานซิสโก้ เมริด้า และตอนนี้ปาเชโก้ต่างถูกทีมจากอังกฤษคว้าตัวไป
กองหน้ารายนี้เป็นตัวจริงให้กับลิเวอร์พูลชุดสำรอง และทำประตูได้ในนัดแรกที่ลงสนามพบกับโบลตันและช่วยทีมคว้าแชมป์ลีก ปี 2007-08
สิ่งที่เขาขาดก็คือความสูง แต่เขาก็ชดเชยด้วยทักษะการสานต่อเกมกลางสนามได้ราวกับร่ายมนตร์
ปาเชโก้ยังติดทีมชาติสเปนชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี ซึ่งเขาทำแฮตทริกได้ในนัดที่พบกับซานมาริโน เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2007
โทนี่ บาร์เร็ต กล่าวว่า
“ปาเชโกเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษมหาศาล ดูเหมือนเขามีทีเด็ดตลอดเวลาที่เขาได้บอล เขามีเท้าสองข้าง และตาหนึ่งคู่ที่ดีเพื่อทำประตู
“เขาตัวเล็ก แต่ว่าใจกล้าและัดูมีความมุ่งมั่นในการครองบอลตลอดเวลา เมื่อเขาได้บอล เขาสามารถพาบอลผ่านกองหลังด้วยเทคนิคหรือเลี้ยงไปด้วยไหล่
“มีนักเตะพวกหนึ่งในทีมสำรอง เช่น ดาเมี่ยน เพลสซิส คริซเตียน เนเมธ และอิมมีเลียโน่ อินซัว แต่ปาเชโก้สัมผัสได้ถึงจินตนาการอย่างแท้จริง
“การแข่งขันครั้งแรกของเขาคือก้าวสู่ตัวจริงของทีมสำรอง เขายังคงต้องการที่จะพัฒนาร่างกายเพราะเขายังคงบอบบางอยู่”
“ถ้าเขาเข้าสู่จุดที่ึลึกในตอนนี้ จะเสี่ยงเกินไป เขาจะถูกข่มขู่จากฝ่ายตรงข้าม แต่เขามีโอกาสที่ดีในอนาคต ถ้าเขาได้ลงเล่นในถ้วยคาร์ลิ่งคัพฤดูกาลหน้า ผมเชื่อว่าแฟนจะชื่นชอบสิ่งที่พวกเขาได้เห็น”
Vocaburaly
Prodigy = ที่มหัศจรรย์
trend of = มีแนวโน้ม เอนตาม
snap up = คว้ามา
prodigious = มากมาย มหาศาล
trick up his sleeve = ทีเด็ด
possession = การครองบอล
move away = ผ่าน
มิถุนายน 3, 2008
วันรายงานตัวนศท.ปี3
วันนี้เป็นวันที่นศท.โรงเรียนผมต้องไปรายงานตัวที่ศูนย์การฝึกเพื่อเรียนต่อในปี 3 ซึ่งเป็นสัญญาณใกล้เปิดวันเวลาแห่งความทรมานอีกครั้ง
ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ นัก แต่จากผู้ตามต้องกลายมาเป็นผู้นำ แล้วเป็นผู้นำที่หมวกหายอีก – - ต้องคุมน้องปี 2 ไปรายงานตัวด้วย แต่ด้วยทำบุญมาดี (มั้ง) ไม่โดนทำโทษเลย เครื่องหมายชั้นปี ก็ยังไม่เปลี่ยน
หลังจากที่รายงานตัวเสร็จเรียบร้อย ผมก็ต้องไปพบครูฝึกเพื่อคุยเรื่องการลงทะเบียนสมัครรายชื่อน้องที่จะเข้าเรียนในปี 1 เขาพาผมไปยังห้องทำงาน ที่มีทหารอยู่ประมาณ 5-6 คน ความรู้สึกของผมตอนที่นั่งอยู่ในห้องนั้น เหมือนกับทาสเข้าพบขุนนางประมาณนั้น แล้วก็นั่งฟังครูฝึกบอกให้วิธีการ ซึ่งเกือบทั้งหมดผมก็เข้าใจอยู่แล้ว
ว่ากันต่อสำหรับเนื้อหาในบล็อกผมวันนี้ ก็ได้เพิ่มเติมในส่วนของข่าวใหม่ เรื่องของตอร์เรส และแก้ไขในเรื่องบาเบลที่ลงไว้เมื่อวานนี้ หลังจากที่ได้ปรึกษารุ่นพี่ AFS ในห้องมา ยังไงก็ติดตามดูนะครับ
แล้วผมจะแปลบทความของริค แพร์รี่ และเราจะได้รู้จักกับดาเนี่ยล ปาเชโก้ ในการอัปบล็อกคราวหน้าครับ


