เอาล่ะ หายก่งก๊งแล้ว ก็เลยไปเอาบทความเก่าที่เคยเขียนไว้ใน bloggang มาลง เลือกอันนี้มาอันแรกเลย เพราะได้รับคอมเมนต์มากสุดละ ^^ ยังไงก็ลองอ่านดูนะครับ
หลายๆคนคงจะเคยประสบปัญหาในการเขียนคำนำของรายงาน ซึ่ีงเราอุตสาห์ลำบากลำบน ตั้ง busy ในเอมไว้ แล้วไปหาเนื้อหารายงานในอินเตอร์เน็ต เมื่อพบแล้วก็ Copy แล้ว paste ลง word ปรับฟอนต์ ปรับหัวข้อ ตรวจดูผ่าน ๆ อีกรอบ เสร็จ เฮ้อ เกือบตายแน่ะ ใช่มั้ย พรุ่งนี้ส่งแล้วหนิ
ทีนี้ ทำไงต่อล่ะ เหลือแต่รูปเล่มใช่ป่าว ทำปกหน้าก่อนเลย (ดีๆไม่ดี ต้องทำผักชีให้หน้ากินนานกว่าอาหารอีกนะนี่) คราวนี้มาถึงเรื่องยากล่ะสิ เขียนคำนำยังไงดีหวา ลอกเค้ามาก็ไม่ได้แล้ว… ผมมีแนวทางดีๆ สำหรับการเขียนคำนำที่ผมใช้ แล้วก็เขียนคำนำได้อย่างรวดเร็ว แต่จะโอเคมั้ย นั้นก็อีกเรื่องนึง เพราะเวลาส่งรายงานไป ก็บ๊ายบาย หายไปเลยทีเดียว
ย่อหน้าแรกเลย ต้องบอกว่า ทำไมเราถึงต้องมาทำรายงานเล่มนี้ เราก็ว่าไปเลย รายงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชานี้ๆๆๆ มีจุดมุ่งหมายอะไร ก็ว่าไป ถ้ายังดูน้อยอยู่ ก็ใส่ ซึ่งเราได้ไปศึกษาค้นคว้ามาจากไหนก็ว่าไป
มาย่อหน้าที่สอง เราก็เขียนถึงเนื้อหาภายในรายงานเช่น รายงานฉบับนี้ ประกอบด้วยเรื่องของอะไรก็ว่าไปที่เราได้ลอกเค้ามา ไม่ต้องเอามาหมดทุกเรื่อง เอามาแค่เรื่องเด่นก็พอ แล้วอาจจะยกตัวอย่างเนื้อหา แบบ หัวใจของเรื่อง หรือจุดที่สมมุติว่าเราเป็นคนอ่าน แล้วน่าจะหยิบรายงานเล่มนี้มาอ่านดูน่ะ
จุดสำคัญอีกจุดในการเขียนคำนำคือ ระดับภาษาที่ใช้ในรายงานนั้น ๆ ถ้าเป็นรายงานเรื่องที่เนื้อหาไม่วิชาการมากนัก ภาษาที่ใช้เขียนคำนำก็อาจจะให้ดูเป็นกันเองกับผู้อ่านหน่อย เพราะคำนำ ก็คือ สิ่งที่บอกภาพรวมของรายงาน ว่ารายงานนี้นะ มีอะไรที่ควรค่าให้คนอื่นได้มาอ่านบ้าง ก็ทำนองนี้อ่ะ
จุดที่บอกภาพรวมของเรื่อง จะเป็นใจความหลักของคำนำ ซึ่งก็ควรจะเป็นส่วนที่มีเนื้อของคำนำมากที่สุด ก็คล้าย ๆ เรียงความนั่นแหละ
เขียนไปเขียนมา จะปิดคำนำยังไงล่ะ ทีนี้
ย่อหน้าสุดท้าย เราก็เขียนขอบคุณ ประมาณว่า ข้าพเจ้าขอขอบคุณ ใครก็ว่าไป ที่ทำให้รายงานฉบับนี้สำเร็จด้วยดี ต่อไปก็อวยพร… ข้าพเจ้า(คณะผู้จัดทำ)หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อใครก็ว่าไป เช่น ต่อข้าพเจ้า ต่อผู้ต่อการที่จะศึกษาข้อมูลในรายงานนี้ เป็นต้น
แล้วจุดสำคัญในต่อท้ายก็คือ ไม่ต้องบอกว่า หากรายงานฉบับนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ตรงนี้ไม่ต้องใส่เลย เพราะอ.จะไม่ค่อยชอบ บอกว่ามันเชย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ จะ 4 3 2 1 0 ร มส ทุกอย่างอยู่ในกำมืออ.หมด ^^”
ทีนี้ก็มาถึงตอนสุดท้าย การลงชื่อและวันที่ ถ้าหากว่าเป็นคนเดียวก็ใส่ชื่อเราลงไปเลย ไม่ต้องมีีคำนำหน้าชื่อ แล้วก็วันที่ เขียนวันที่ ชื่อเดือน ไม่ต้องมีคำว่าเดือน แล้วปี ไม่ต้องใส่พ.ศ.หรือค.ศ. หรือฮิลเราะห์ จุลศักราชอะไรก็ไม่ต้องใส่ เอาแต่ตัวเลขพอ อักษร ภาษาที่ใช้ก็ให้เหมาะกับรายงาน ไม่ใช่รายงานอังกฤษใส่ 2551 มา
ตัวอย่าง…
อีเพน บายบาย
23 ธันวาคม 2551
เป็นต้น
แค่นี้คำนำของรายงานเราก็เสร็จเรียบร้อย ใส่สัน ใส่ปกใสให้สวยงาม ส่ง…
ปล. ทั้งหมดนี้คิดมาเอง มีอะไรเพิ่มเติมก็แนะนำด้วยนะครับ
ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบล็อกนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำรายงานอยู่ ทุกท่านนะครับ ^^