หลังจากที่ต้องคิดแล้วคิดอีกกับเรื่องการฝึกงาน สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปจนได้ บางทีเราอาจจะตั้งความคาดหวังมากเกินไปจนทำให้เกิดทุกข์ได้เหมือนกัน
ภาระอย่างหนึ่งของนิสิตวิศวะชั้นปีที่ 3 คือเรื่องของการฝึกงาน หลาย ๆ คน รวมทั้งผมด้วย รอคอยเวลานี้มานานเหลือเกิน การเรียนในห้องเป็นอะไรที่น่าเบื่อ และไม่เห็นภาพ ไม่เห็นวี่แววว่า อะไรทั้งหลายทั้งแหล่ จะเอาไปใช้ทำมาหากินได้ยังไง แต่สิ่งต่าง ๆ เริ่มเห็นเป็นภาพปรากฏขึ้นมา เมื่อเข้าเนื้อหาชั้นปีที่สาม เทอมสอง ภาคโยธาของเรา เริ่มเรียนสิ่งที่เอาไปใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังจากที่ต้องนั่งพิจารณาส่วนเล็ก ๆ ของแท่งคอนกรีตมาตลอดเทอมที่ผ่านมา การวิเคราะห์โครงสร้าง ที่เริ่มจะเอามาใช้งานจริง ซึ่งที่เรียนกันมามากมาย หลายวิธีการ สุดท้ายที่เราต้องการก็มีเพียง Shear Force Diagram และ Bending Moment Diagram พระเอกที่จะช่วยให้เรารู้ว่า เราจะออกแบบโครงสร้างนั้นยังไง นอกจากนี้ยังมีวิชาเสริมอีกหลายตัว ที่จะชักจูงเราออกจากโครงสร้าง คือ Soil Mech และ Highway ซึ่งวิศวกรโยธาจำเป็นต้องรู้ไว้ เพราะโครงสร้างทุกอย่างตั้งอยู่บนดิน และวิศวกรจะต้องรู้เรื่องถนน
เมื่อเริ่มเห็นประตูหลายบานอยู่เบื้องหน้า การฝึกงานก็เป็นเหมือนการเลือกกุญแจ แล้วเปิดเข้าไปดูได้เพียงหนึ่งบาน และเราไม่รู้ว่ประตูบานนั้น จะนำเราไปเจออะไร ทางเลือกของผม ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ผมอยากทำงานโยธาที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วงานอะไรล่ะ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมบ้าง???
สายโครงสร้าง เอาแค่ถมดินสร้างตึกก็ทำลายแล้ว ตั้งแต่ภูเขาที่ต้องเอามาทำหิน พื้นที่ที่ต้องเคลียร์เพื่อทำเป็นที่ก่อสร้าง
งานถนนยิ่งแล้วไหน ถนนไปที่ไหน คน มลภาวะ ความเจริญทางวัตถุก็จะแห่ตามไปทันที นี่ยังไม่ต้องคิดถึงกรณีตัดถนนผ่านป่าที่เป็นปัญหาอยู่ในหลาย ๆ พื้นที่
งานสร้างเขื่อน ก็ได้เห็นผลกระทบทางตรงกันชัด ๆ แล้วในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังมีประเด็นย่อย ๆ อีกมาก ทั้งป่าไม้ที่สูญหาย ตะกอนดินที่ถูกกักไว้ต้นน้ำ ระบบนิเวศต้นน้ำที่ถูกทำลาย การกัดเซาะชายฝั่งที่เพิ่มมากขึ้น ประโยชน์จากการสร้างเขื่อภูมิประเทศภาคอีสานที่ถูกระบบเขื่อนทำลาย (เรื่องนี้กำลังอยากจะศึกษาเพิ่มเติม เพราะพึ่งจะได้ยินมาจากแหล่งเดียว)
งานที่ปรึกษาการก่อสร้าง ที่ยังไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็คงจะเป็นการวิเคราะห์ช่วยเหลือปัญหาในเรื่องงานเทคนิค และการบริหาร มากกว่าจะมีเป็นการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
งานแหล่งน้ำที่มีรับนิสิตฝึกงาน ฟังจากเพื่อนที่ไปช่วยงาน ลักษณะจะเป็นทำงานข้อมูลในแลบ มากกว่าการออกพื้นที่ บางทีทางนี้อาจจะเสี่ยงเกินไป เกิดความกลัวว่าเราอาจจะไม่ได้อะไรเลย
งานโครงสร้างใต้ดิน อันนี้กระทบเต็ม ๆ มีแต่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการงานฐานรากใต้ดินละเอียด ซึ่งแน่นอนว่าสารอินทรีย์ทั้งหลาย เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงาน ดินที่ดีของวิศวะ คือ ดินที่สามารถรับแรงได้มากที่สุด ดินที่ไม่มีการเคลื่อนตัว ไม่มีการยุบตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับความต้องการทางด้านระบบนิเวศโดยสิ้นเชิง
ในส่วนงานราชการ ระบบราชการไทยก็อย่างที่ทุกคนรู้กันน่ะนะ
ท้ายที่สุด การฝึกงานกับบริษัทเอกชนทางด้านโครงสร้าง คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมหัวจมท้ายด้วยกันไปก่อน และบางทีอาจจะได้เห็นอะไร ๆ มากขึ้นกว่าที่เราคิดเอาเอง และสุดท้ายยอมรับในผลที่เลือก อย่างน้อยเราก็แค่แง้มประตูไปดู ยังไม่ได้เลือกที่จะเดินเข้าไปในประตูบานนั้นซะหน่อย เพียงแต่ว่า เรารู้แล้วกุญแจดอกนั้น อยู่ที่ไหน และประตูบานนั้นมีอะไรอยู่ด้านใน